
เมื่อพูดถึงจุดขายจุดเด่นซีรีส์ Dragon Ball ที่เรียกว่าเป็นตัวเปิดให้ซีรีส์ที่ดังอยู่แล้วดังมากขึ้นไปอีก นั่นคือ ซูเปอร์ไซย่า ที่เปลี่ยนแต่สีผมจากดำเป็นทองแต่มันกลับโคตรเท่จนหลายคนชื่นชอบเรื่องนี้ และช่วงที่อาจารย์ อากิระ โทริยามะ กำลังเขียน Dragon Ball อาจารย์แกเคยบอกว่า ซูเปอร์ไซย่า 2, 3 และ 4 เป็นเพียงเวอร์ชั่นที่เพิ่มพลังขึ้นของซูเปอร์ไซย่า 1 เท่านั้น เราจึงได้เห็นช่วงหลัง ๆ ที่โกคูถึงไม่แปลงร่างเป็น ซูเปอร์ไซย่า 2 กับ 3 ในการต่อสู้ เพราะสุดท้ายร่างที่สมบูรณ์ที่โอเคที่สุดในการต่อสู่คือซูเปอร์ไซย่าร่างแรก และการกลายร่างคือการจบทุกอย่างให้เร็ว แบบนั้นจริงหรอเรามาดูกัน

ย้อนกลับไปในอดีตบทสัมภาษณ์อาจารย์อากิระ โทริยามะเขาได้กล่าวว่า "ซูเปอร์ไซย่าระดับ 2, 3 และ 4 เป็นเพียงเวอร์ชั่นที่เพิ่มพลังขึ้นของซูเปอร์ไซย่าพื้นฐานเท่านั้น ซูเปอร์ไซย่า 2 และ 3 เป็นเพียงรูปแบบที่เพิ่มพลังขึ้นของซูเปอร์ไซย่า หลังจากต่อสู้กับ เบรุส โกคูตระหนักว่าการฝึกฝนร่างปกติและซูเปอร์ไซย่าจะช่วยเพิ่มระดับของเขาได้มากขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง ดังนั้นผมคิดว่าเขาคงจะไม่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่า 2 หรือ 3 อีกต่อไปแล้ว" นั่นคือสิ่งที่อาจารย์บอก บวกกับที่โกคูได้พลังใหม่ของเทพมาด้วยซูเปอร์ไซย่าเดิมเลยไม่จำเป็น

โกคูและ เบจิต้า ได้ปลดล็อกร่างซูเปอร์ไซย่าก็อดแล้ว ซึ่งเป็นการแปลงร่างที่อาจแข็งแกร่งกว่าซูเปอร์ไซย่า 4 เสียอีก โกคูมีร่างอัลตร้าอินสติงค์ เบจิต้ามีอัลตร้าอีโก้ และแม้แต่ โกฮัง ก็ปลดล็อกร่างโกฮังบีสต์ที่ทรงพลังที่สุดได้แล้ว ด้วยความสามารถใหม่เหล่านี้ การแปลงร่างซูเปอร์ไซย่าที่ได้รับการพัฒนาแล้ว อาจจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างถาวร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่หาก Dragon Ball ต้องการก้าวไปสู่ระดับใหม่ มันจะต้องทิ้งองค์ประกอบเก่า ๆ บางอย่างไว้เบื้องหลังเป็นเรื่องปกติ

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงงว่ามันคืออะไรกันแน่ ที่โกคูไม่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าเพราะได้พลังใหม่ แต่คนเขียนบอกว่า การที่โกคูไม่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่า ก็เพราะมันมีจุดตันที่ฝึกต่อไปได้ร่าง 5 ก็ย้ำอยู่เท่านี้ ตรงข้ามกับพลังใหม่ที่ได้อย่าง ซูเปอร์ไซย่าบลู หรือ อัลตร้าอินสติงค์ ที่เติบต่อได้มากกว่ายี้ โกคูจึงเลือกเดินทางนี้ต่อไป และทิ้งสิ่งที่ทำได้แค่ไหนก็ไปต่อไม่ได้ไว้ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่อาจารย์อากิระต้องการบอกกับเรา