Stupid Never Dies ประกาศเปิดตัวในงาน The Game Awards เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา ตัวเกมเป็นแนวแอ็กชัน RPG โร้กไลก์ (roguelike) เปิดวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม PS5 และ PC พัฒนาโดยสตูดิโอ GPTRACK50 ซึ่งประกอบไปด้วยอดีตทีมงานจาก Capcom มากมายหลายคน แต่ชื่อที่หากชาวเกมได้เห็นแล้วจะต้องทึ่งก็คือ คุณ Hiroyuki Kobayashi โปรดิวเซอร์ที่เคยฝากผลงานไว้อย่าง Resident Evil 4, Dino Crisis และ Dragon's Dogma

แม้ที่ผ่านมาเนื้อหาเกมจะมีความเข้มข้นแต่กับ Stupid Never Dies นั้นไม่ใช่เลย แถมยังฉีกแหวกแนวไปอีก เพราะมันเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายพังก์ร็อค สีสันฉูดฉาดเจ็บจี๊ด การเล่าเรื่องราวผ่านงานภาพแบบคอลลาจสุดแพรวพราว เพลงประกอบ เสียงพากย์ ไปจนถึงรูปแบบการเล่นเลยทีเดียว
Stupid Never Dies เรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ถูกปิศาจและมอนสเตอร์รุกรานจนมนุษยชาติแทบสิ้น เราจะได้รับบทเป็น "Davy" ซอมบี้หนุ่มที่ตกหลุมรักสาวสวย "Julia" ที่ตายจากการถูกแช่แข็งในห้องเย็น เขาต้องออกเดินทางเพื่อหาทางชุบชีวิตเธอให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยการดำดิ่งเข้าสู่ดันเจียนที่เต็มไปด้วยเหล่ามอนสเตอร์มากมาย และเอาชนะจอมปิศาจ "KOM" (เคโอเอ็ม) ด้วย "การกัด" ความสามารถเดียวของซอมบี้ที่อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่ทั้งหมด

แม้เนื้อเรื่องจะฟังดูจำเจไปเล็กน้อยตามสไตล์เกมแนวโรแมนติกคอมเมดี้ในธีมซอมบี้ (ที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ Warm Bodies) แต่สำหรับการเล่ารายละเอียดของโลกล่มสลายและตัวละครต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมกับการต่อสู้จัดว่าทำออกมาได้ดี มีรายละเอียดที่เข้าใจได้ไม่ยากและไม่จำเป็นต้องจริงจังเกมมิ่งมากเกินไป
สำหรับระบบการต่อสู้มีการผสมผสานระหว่างการโจมตีเบาและหนักเข้าด้วยกัน และระบบ "Stupid Parry" ที่ใช้ในการปัดป้องซึ่งช่วยเพิ่มเกจการโจมตีพิเศษได้ด้วย (แม้การจะแพร์รีต้องรอจังหวะและจังหวะที่ว่านั้นก็ปรากฏน้อยเหลือเกิน) สกิลหลักของเดวี่คือ "การกัด" เป็นกุญแจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวก็ว่าได้ เพราะสามารถใช้ปิดฉากศัตรู เพิ่มเลือด และปลดล็อคความสามารถพิเศษจากเหล่ามอนสเตอร์ระดับอีลีท ด้วยการกัดกินแกนพลัง โดยเราสามารถเลือกสลับใช้งานได้สูงสุด 2 สกิลซึ่งมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่มนุษย์หมาป่า แวมไพร์ ฮาร์ปี้ ไซคลอป ไปจนถึงปีศาจสุดน่าเกรงขามอื่น ๆ



น่าเสียดายที่การระบบการต่อสู้ไม่ได้มีระบบการโจมตีเป็นชุดคอมโบหรือการโจมตีแบบต่อเนื่องอย่างเกม DMC ทำให้รู้สึกขาดรสชาติในการเล่นไปบ้าง แต่ก็แทนที่ด้วยการที่เราสามารถปรับแต่งร่างกายของเดวี่ได้ด้วยไอเทมอาวุธต่าง ๆ ที่เข้ามาเสริมให้การต่อสู้ดูมีอะไรมากขึ้นบ้าง
กลไก Roguelike ของเกม Stupid Never Dies ออกแบบมาให้เราต้องเริ่มต้นการเล่นใหม่อยู่บ่อยครั้ง เมื่อดำดิ่งสู่ดันเจียนจะเริ่มต้นที่เลเวล 1 แล้วค่อย ๆ ลงไปสู่เลเวลที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เราเลือกข้ามชั้นไปได้ด้วยเช่นกัน เพื่อไปให้ถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้นและไม่เป็นการเสียเวลาหากมองว่าเราสามารถรับมือกับมอนสเตอร์ที่แร๊งก์สูงขึ้นได้แล้ว และการใช้เวลาในดันเจียนเองก็มีจำกัด แต่ตั้งแต่เล่นมานั้นยังไม่เคยอยู่จนหมดเวลาเลยสักครั้ง แถมเรายังสามารถเพิ่มระยะเวลาได้เล็กน้อยด้วยการกัดมอนสเตอร์ ดังนั้นเรื่องจำกัดเวลาจึงไม่ใช่ประเด็นใหญ่อะไรสำหรับการเล่น
โดยรวมแล้ว Stupid Never Dies เป็นเกมที่เต็มไปด้วยสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ นำเสนอแนวเกมแบบ Roguelike ในมุมมองที่แปลกใหม่ ระบบการต่อสู้ทำออกมาได้ดีแต่ยังไม่สุดทำให้เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับเกมแนวแอ็กชัน RPG แต่มันก็มีความเพลิดเพลินแบบที่สามารถเล่นได้เรื่อย ๆ แม้เนื้อเรื่องออกจะเชยไปเล็กน้อย และการชุบชีวิตสาวสวยจากการถูกแช่แข็งจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ยังอยากเอาใจช่วยแล้วบังคับร่างกายสุดเชื่องช้าของเดวี่ไปไล่กัดเหล่ามอนสเตอร์และพาเขาไปพิชิตเป้าหมายให้ได้อยู่ดี