"หนังจากเกมที่ดีที่สุด" เชื่อว่าตอนนี้ชาวเกมหลาย ๆ ท่านน่าจะได้เห็นสื่อจากหลากหลายสำนักทั้งไทยและต่างประเทศออกมาพูดถึงภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกมอย่าง Resident Evil กำกับโดย Zach Cregger ที่ก่อนหน้านี้เคยฝากฝีมือผ่านหนังที่ล้วนได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมทั้งนั้น แต่สำหรับหนังจากเกมชื่อดังอย่าง RE ที่ไม่มี Leos S. Kennedy หรือ ตัวละครเอกสุดเทพในหนังชุดก่อนหน้าอย่าง Alice มันจะยังเป็นเกมเอาตัวรอดจากซอมบี้ที่เราคุ้นเคยกันมาตลอดจริง ๆ เหรอ?
บอกเลยว่าพี่ Zach Cregger เขาทำได้ แล้วทำออกมาได้ดีเยี่ยมตามคำบอกเล่าของสื่อหลาย ๆ เจ้าเสียด้วย

Resident Evil บอกเล่าเรื่องราวของ Brian พ่อหนุ่มนักส่งของ (รับบทโดย Adam Abrams) ที่ได้รับคำขอให้ไปส่งพัสดุบางอย่างที่เมือง Raccoon City โดยที่หารู้ไม่ว่าเขากำลังพุ่งเข้าสู่เมืองที่กลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงและสยองขวัญ แต่ถึงอย่างนั้นไบรอันก็ต้องเอาพัสดุไปส่งให้ถึงมือปลายทางให้จงได้
เริ่มเรื่องมาหนังก็พาเราไปรับรู้ความเป็นไปถึงตัวตนของ Brian กันแบบคร่าว ๆ และรับรู้ถึงปมที่ตัวละครเอกของเรากำลังแบกรับอยู่ จากนั้นก็พาเราเข้าสู่ความโหดที่ค่อย ๆ ไต่ระดับมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกว่า พี่ครับเบาได้เบา เพราะความโกลาหลความวินาศสันตะโรมันเพิ่มมากขึ้นแบบไม่มีหยุด แม้จะมีมุกตลกอยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่หนังก็แทบไม่ให้ได้เราหยุดพักหายใจ จนเราต้องหันมาเอาใจช่วยไบรอันไปส่งของได้อย่างสวัสดิภาพและอยากเห็นเขากลับออกมาอย่างปลอดภัย
แม้จะไม่มีตัวละครเอกจากเกมโผล่มาเลย แต่ Zach Cregger ก็สามารถสร้างภาพยนตร์ Resident Evil ออกมาให้เหมือนเกมได้อย่างคาดไม่ถึง ด้วยการหยิบเอาเอกลักษณ์เด่นของเกมทั้งไอเทมที่พบเจอได้บ่อยในเกมอย่าง สเปรย์ First Aid, สมุนไพรเขียว, แท่นพิมพ์ หรือกล่องกระสุนลูกซอง มาเป็นของประดับฉาก easter egg หรือสภาพแวดล้อมสถานที่ที่คุ้นเคยต่าง ๆ จากเกม แล้วเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างการเริ่มที่โรงเก็บของ บ้านของใครสักหลัง โรงจอดรถชั้นใต้ดิน และตึกห้องทดลองของอัมเบรล่า

หรือพัซเซิลจากในเกมที่มักเจอบ่อย ๆ อย่างล็อคกุญแจที่ในเกม Resident Evil เราจะเจอมันตลอดเวลา เจอทุกภาค จนรู้สึกรำคาญใจปนขำว่าทำไมคนเราต้องสร้างล็อคแปลก ๆ แบบนี้ แล้วทำไมของพวกนี้มันถึงมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ ซึ่งในเกมก็หยิบมาปรับใช้งานได้อย่างสร้างสรรและสมจริง ว่าเออถ้าในสถานการณ์จริงมันก็ควรจะเป็นแบบในหนังนั่นแหละ
หรือการที่ช่วงเริ่มต้นไบรอันเริ่มเอาตัวรอดด้วยอาวุธปืนพก ต่อด้วยลูกซองแฝด จากนั้นเป็นปืน SMG ก็เหมือนกับในเกมที่เราจะได้รับอาวุธที่มีไปตามลำดับขั้น ประกอบกับการหยิบเอามุมมองแบบบุคคลที่หนึ่งมาร่วมใช้งานในบางฉาก ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นไบรอัน เป็นผู้ที่ประสบเหตุด้วยตนเอง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เกม Resident Evil ได้ทำไว้ในภาคหลัง ๆ ด้วยเช่นกัน
และยังไม่รวมรายละเอียดยิบย่อยจากในเกมที่ยกมาอัดแน่นไว้ในภาพยนตร์ ซึ่งผู้สร้างได้มีการปรับใช้ให้เข้ากับยุคปัจจุบันได้อย่างแนบเนียนจนเราอาจคิดไม่ถึงกันเลยทีเดียวว่า สิ่ง ๆ นี้ในเกมมันก็มีเหมือนกัน ในส่วนของนักแสดง Adam Abrams ก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม คนเดียวแบกได้ทั้งเรื่อง ได้ทุกอารมณ์

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงออกมาได้ดีมากจริง ๆ คือ การหยิบยกเอาการตัวรอดและความสยอง ที่เป็นสิ่งโดดเด่นของเกม Resident Evil มาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าตัวเกมจะไม่ได้มี Bio Organic Weapon ที่เรามักจะเห็นภายในเกม แต่ดัดแปลงให้มีความสยองบ้าคลั่งในแบบของ Cregger มีการวิวัฒนาการที่คาดไม่ถึง และการถูกไล่ตามจากสิ่งสยองอย่างไม่ลดละ เหมือนเหล่าบอสทั้งหลายในเกม เมื่อเอาทั้งหมดที่กล่าวมารวมกันทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้นี่แหละที่เป็น Resident Evil อย่างแท้จริง
สรุปแล้ว Resident Evil ของ Zach Cregger คือภาพยนตร์สยองขวัญที่ดีที่สุดหนึ่งเรื่อง และเป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากเกมที่ดีที่สุดเช่นกัน มีครบทุกองค์ประกอบความเป็น RE ครบทุกรสชาติในการรับชม ย่อยง่าย มันคือหนังจากเกมที่เคารพตัวเกมจริง ๆอย่างที่ Cregger ได้เคยกล่าวเอาไว้ และมันเต็มไปด้วยความโหดสะใจ สาแก่ใจแฟนเกม ที่ติ่งเกมนี้ไม่ควรพลาด แต่ถ้าเคยแค่ดูสตรีมเมอร์เล่นเกมนี้ หรือแม้กระทั่งไม่เคยเล่นเกมไม่รู้จักมาก่อนเลย ก็สามารถเข้าไปรับชมได้โดยที่ไม่ต้องรู้เรื่องราวจักวาล RE มาก่อนเลยด้วยซ้ำ