ดูเหมือนเกมสเกลใหญ่ ๆ ที่เคยวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม PC และ เครื่องคอนโซล จะเริ่มมองเห็นลู่ทางและขยายตลาดไปยังเครื่องเกมพกพาอย่าง Nintendo Switch 2 กันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ตัวเครื่องเกมวางจำหน่ายพร้อมการอัปเกรดตัวเครื่องมาให้สามารถเล่นเกมที่ต้องใช้กราฟิกและประสิทธิภาพสูงได้ ก็ดูจะทำให้บรรดาค่ายเกมเริ่มหันมาสนใจพอร์ตตัวเกมมาลงเครื่อง Switch 2 กันมากขึ้น แน่นอนว่าเกมยอดนิยมชื่อดังอย่าง Stellar Blade เองก็เช่นกัน

หลังจากประกาศไปในงาน Nintendo Direct เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา Shift Up และ Nintendo ยืนยันว่า Stellar Blade: Complete Edition จะตั้งเฟรมเรทเอาไว้ที่ 60 FPS กราฟิกจะมีความละเอียดที่แตกต่างกันในโหมดพกพาและโหมดเชื่อมต่อกับทีวี โดยเกมจะแสดงผลที่ความละเอียด 720p ในโหมดพกพา และปรับเพิ่มความละเอียดเป็น 1080p ในโหมดเชื่อมต่อกับทีวี ตัวเกมจะรองรับการควบคุมด้วย gyro controls และโหมดเมาส์เมื่อเล่นโดยใช้คอนโทรลเลอร์ Joy-Con 2 นอกจากนี้ตัวเกมจะได้รับเรตติ้ง ESRB ระดับ M สำหรับผู้ใหญ่ เนื่องจากมีฉากเลือด ความรุนแรง ภาษา และเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้จะรวมเกมหลักและเนื้อหา DLC ทั้งหมดไว้ในแพ็คเกจเดียวด้วย
แต่ถึงแม้ว่า Switch 2 จะรองรับการเพิ่มความละเอียดภาพด้วย Nvidia DLSS ด้วยโปรเซสเซอร์ Tegra T239 แต่ทีมพัฒนาต้องอ้างอิง Stellar Blade จากเวอร์ชัน PC ทำให้ DLSS ที่ใช้ในระบบของ Nintendo จะไม่มีคุณสมบัติการสร้างเฟรมภาพใด ๆ ที่มีอยู่ในกราฟิกการ์ดของ Nvidia เช่น ซีรี่ส์ RTX 50


เพื่อแก้ปัญหานี้ ข่าวลือได้บอกว่า Shift Up จะใช้คุณสมบัติจากเทคโนโลยีการเพิ่มความละเอียดภาพ FSR 3.1 ของ AMD ที่เรียกว่า "การแทรกเฟรม" เพื่อให้ได้เฟรมเรต 60 FPS เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความหน่วงในการป้อนข้อมูลขณะเล่น Stellar Blade บน Switch 2 โดยตัวเกมจะตั้งค่าไว้ที่ 30 FPS ก่อนที่จะใช้การแทรกเฟรมเพื่อเพิ่มเป็น 60 FPS นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เกมมีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2026 แต่ทาง Shift Up ก็ยังไม่ได้เปิดเผยวันวางจำหน่ายที่แน่นอนของ Stellar Blade: Complete Edition บน Switch 2 ซึ่งอาจต้องรอดูกันอีกครั้งในงาน Tokyo Game Show (TGS) 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-21 กันยายนนี้ และอาจมีลุ้นว่า จะมีอัปเดตเพิ่มเติมของภาคต่ออย่าง Stellar Blade: Blood Rain ที่กำลังพัฒนาอยู่ด้วย