
เล่นเอาหลายคนคงจะลืมเกมนี้ไปแล้ว กับเกมชายผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์เพื่อติดต่อหาคนอื่นอย่าง วินเซนต์ วาเลนไทน์ ในเกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII ที่ตัวเกมอยู่ในจักรวาลเดียวกับ Final Fantasy VII ปี 1997 และเป็นเรื่องราวที่สานต่อจาก Final Fantasy VII Compilation กับชายที่เงียบ ๆ แต่กลับมีความหลังที่เชื่อมต่อกับทุกคนเอาไว้ และวันนี้ก็ผ่านมา 20 ปีที่เกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII วางจำหน่ายภาษาอังกฤษเรามาย้อนดูเรื่องความสนุกของเกมนี้กัน
ตัวเกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII ถือเป็นเกมแรกที่เป็นเกมแนวยิงปืนแต่ต้องมาทำเกมนี้ในซีรีส์ Final Fantasy ทีมงานผู้พัฒนาเกมจึงประสบปัญหาต่าง ๆ มากมายระหว่างการพัฒนา และโปรดิวเซอร์ โยชิโนริ คิตาเสะ พบว่าประสบการณ์นี้ท้าทายมาก ทีมงานจึงเพิ่มองค์ประกอบการเล่นแบบสวมบทบาทเข้าไปเพื่อให้เกมสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับแฟน ๆ โดยเมื่อ Dirge of Cerberus Final Fantasy VII วางจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น เกมเพลย์หลายแง่มุมได้รับการแก้ไขเพื่อให้ดึงดูดใจผู้เล่นมากขึ้น ในปี 2008 ทาง Square ได้นำเกมนี้กลับมาวางจำหน่ายในญี่ปุ่นอีกครั้งพร้อมกับการอัปเดตที่ทำขึ้นสำหรับเวอร์ชันตะวันตก เกมได้รับเสียงวิจารณ์ที่หลากหลายมาก ๆ ตอนนั้น

ตัวเกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII เป็นเกมแอ็คชั่น RPG มุมมองบุคคลที่สาม แบบยิงปืนที่มีการต่อสู้แบบเรียลไทม์ โดย HUD จะแสดงข้อมูลต่าง ๆ เช่นพลังชีวิตและพลังเวทมนตร์ของวินเซนต์ ไอเทมที่เลือกอยู่ในปัจจุบันและจำนวน รวมถึงเป้าเล็งเพื่อช่วยในการเล็งศัตรู การต่อสู้จะมองจากมุมมองด้านหลังไหล่คล้ายกับ Resident Evil 4 แม้ว่าผู้เล่นจะมีตัวเลือกในการเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่งได้ การเอาชนะศัตรูจะได้รับ EXP และเมื่อจบแต่ละด่าน ผู้เล่นสามารถใช้ EXP เพื่อเพิ่มเลเวลเพิ่มค่าสถานะของวินเซนต์ หรือแปลงเป็น Gil ซึ่งเป็นสกุลเงินในเกมที่สามารถใช้ซื้อไอเทมและอัปเกรดอุปกรณ์ได้

ตัวเกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII มียอดขายราว ๆ 392,000 ชุดในสัปดาห์แรกในเดือนสิงหาคม 2008 มียอดขาย 460,000 ชุดในอเมริกาเหนือและ 270,000 ชุดในยุโรปสามเดือนต่อมา มียอดขายเกมนี้มากกว่า 513,000 ชุดในญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวในเดือนกรกฎาคม 2006 Dirge of Cerberusอยู่ในหมวดเกมขายดีระดับ Gold ของ Sony เลยทีเดียว

อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงต้องเสียใจด้วยเพราะเกม Dirge of Cerberus Final Fantasy VII ไม่ได้ลงบนเกมไหนเลยมีแต่ PlayStation 2 เท่านั้น เรามารอดูกันว่าทาง Square Enix แต่ในอดีตคือ Square เฉย ๆ คงจะหยิบเกมนี้มาให้เราได้เล่นรึเปล่า เพราะเนื้อเรื่องในส่วนนี้ก็เชื่อมกับฉบับ Final Fantasy VII ฉบับ Remake และ Rebirth อยู่ด้วยรอชมดูกันว่าทางค่ายเอามาให้เราเล่นไหม ถ้ามีความคืบหน้าเราจะเอามารายงานแน่นอน