
เรียกว่าเป็นข่าวเสี่ยวของวงการเกม PC อีกครั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังขนหัวลุกแบบตั้งไม่หายกับการขึ้นราคาการ์ดจอ Nvidia มาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ในปีเดียว และในปีนี้ Nvidia ก็ได้เล่นเอาคนเล่นเกมและคนที่กำลังจะใช้คอมต่างหนาวอีกครั้ง เพราะมีรายงานว่า Nvidia เตรียมขึ้นราคาการ์ดจอเป็นครั้งที่สามของปีนี้ ผ่านรายงานล่าสุดจากหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจรายวันของไต้หวันที่บอกเอาไว้ มาดูเรื่องราวนี้กัน
ตลอดช่วงปี 2026 ราคาการ์ดจอได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย มีรายงานว่า Nvidia และ AMD ได้ปรับขึ้นราคาหน่วยความจำประมาณ 10% ถึง 15% ในเดือนมกราคม ขณะที่การปรับราคาอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อ RTX 5090 ทำให้ราคาการ์ดรุ่นเรือธงบางรุ่นสูงถึง 5,900 ดอลลาร์ สถานการณ์การ์ดจอยังขาดแคลนถึงขั้นที่ Nvidia ต้องนำการ์ดที่ผลิตมาแล้ว 5 ปีกลับมาขายอีกครั้ง หากรายงานล่าสุดนี้ถูกต้องนี่จะเป็นการปรับขึ้นราคาการ์ดจอครั้งที่สามของ Nvidia ในปีนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น

รายงานของ BenchLife Nvidia ได้แจ้งให้พาร์ทเนอร์ผู้ผลิตการ์ดจอทราบถึงราคาที่สูงขึ้นสำหรับชุด GPU และหน่วยความจำที่ใช้ทั้ง GDDR7 และ GDDR6 ในขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ Economic Daily News ของไต้หวันอ้างว่าการปรับราคาอาจสูงถึงประมาณ 20% ถึง 30% รายงานของ Daily News ระบุว่าการปรับราคาเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของต้นทุน DRAM ซึ่งส่งผลกระทบต่อเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง PS5 และ Xbox Series X ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แตกต่างจากการปรับราคาครั้งก่อนในเดือนพฤษภาคม การปรับราคาครั้งล่าสุดนี้คาดว่าจะขยายไปไกลกว่า RTX 5090 และส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั้งหน่วยความจำ GDDR7 รุ่นปัจจุบันและ GDDR6 รุ่นก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าซีรี่ส์ RTX 4000 อาจมีการปรับราคาขึ้นด้วยเช่นกัน

Nvidia ยังไม่ได้ยืนยันการปรับราคาชุดการ์ดจอตามที่รายงานมาอย่างเป็นทางการ แม้ว่ารายงานเหล่านั้นจะเป็นความจริง ผลกระทบต่อผู้บริโภคก็จะแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตภูมิภาคร้านค้าปลีก และปริมาณสินค้าคงคลังเก่าที่ยังคงเหลืออยู่ หากราคาชุดการ์ดจอสำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตรายอื่นเพิ่มขึ้น ก็จะเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำหรับเกมเมอร์ที่หวังว่าราคาการ์ดจอจะทรงตัว หลังจากที่ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง ผู้ซื้อที่วางแผนจะอัปเกรด PC อาจต้องการจับตาดูแนวโน้มราคาอย่างใกล้ชิดในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้ามีข้อมุ,ที่น่าสนในเราจะเอารายงานให้ทราบอีกครั้ง