
เมื่อพูดถึงจุดเปลี่ยนทางเลี้ยวที่แท้จริงของซีรีส์ Dragon Ball อย่าแท้จริง จนแม้แต่นักเขียนคนอื่น ๆ ก็ตามในช่วงเวลาต่อมานั่นคือการปรากฏตัวของซูเปอร์ไซย่าเป็นครั้งแรก หรือก็คือตอนที่ 95 ชื่อตอนว่า "แปลงร่างได้ในที่สุด" ออกอากาศเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 1991 ในประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นตอนที่ โกคู แปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าเป็นครั้งแรกขณะต่อสู้กับ ฟรีเซอร์ บนดาวนาเม็ก นั่นคือจุดเปลี่ยนในเนื้อหาที่เราจดจำ เรามาย้อยดูช่วงเวลานี้กัน
ในปัจจุบันการแปลงร่างกลายเป็นจุดขายสำคัญของ Dragon Ball โดยเฉพาะซูเปอร์ไซย่าเวอร์ชั่นต่าง ๆ แต่ใน Dragon Ball Super นั้นซูเปอร์ไซย่าแทบจะถูกลดบทบาทลงไป โดยเน้นไปที่การแปลงร่างเฉพาะตัวของตัวละครแต่ละตัวแทน แต่เมื่อ 35 ปีที่แล้วแฟน ๆ ได้เห็นบางสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือโกคู ตัวเอกที่เรียบง่าย ได้โอบรับมรดกแห่งความโหดเหี้ยมของชาวไซย่าในดีเอ็นเอของเขา จนสามารถแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่า มันดูแปลกใหม่และน่าสนใจมาก ๆ

และในมังงะต้นฉบับของ อากิระ โทริยามะ ฉากนี้ค่อนข้างสั้น โดยแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ที่ทำให้โกคูมีผมสีทองเท่านั้น แต่ในอนิเมะฉากนี้ถูกขยายออกไปเล็กน้อย พร้อมกับดนตรีประกอบที่เร้าใจซึ่งแสดงถึงความโกรธที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโกคู เสียงกรีดร้องในตอนท้ายของเขาบิดเบี้ยว และดวงตาของเขาหายไปขณะที่ออร่าสีทองอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ปกคลุมตัวเขา เรียกว่าเท่สุด ๆ ไปเลยมนตอนนั้น

และแม้จะผ่านมา 35 ปีหลังจากที่โกคูแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าครั้งแรกใน Dragon Ball แฟน ๆ ต่างคาดหวังรูปแบบใหม่ ๆ และสูตรนี้ก็ยังคงได้ผลดีเหมือนเดิม อย่างในปี 2017 อัลตร้าอินสติงค์ของโกคูสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลกออนไลน์ ในปี 2022 บีสต์โกฮัง และ ออเรนจ์พิคโกโล่ ดึงดูดแฟน ๆ จำนวนมากให้ไปชมในโรงภาพยนตร์ และหลังจากอนิเมะ Dragon Ball Super จบลง แฟน ๆ ก็เรียกร้องให้เห็น อัลตร้าอีโก้เบจิต้า ในรูปแบบอนิเมะมาโดยตลอด และทุกคนก็อยากจะรู้ว่ามันจะดูยิ่งใหญ่ขนาดไหน

และแม้ว่า Dragon Ball Z จะมีการแปลงร่างสุดอลังการในภายหลังอย่างซูเปอร์ไซย่า 2 โกฮัง แต่แฟรนไชส์นี้ก็ไม่เคยสามารถสร้างความประทับใจได้เทียบเท่ากับ การแปลงร่างซูเปอร์ไซย่าครั้งแรกนั้นได้เลย และหลังจากนั้นซีรีส์อนิเมะต่อสู้แนวโชเน็นเกือบทุกเรื่อง ก็เริ่มนำเสนอการแปลงร่างสุดเท่ของตัวเองแปลวร่างออกมา แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนน่าจดจำหรือทรงพลังเท่ากับการแปลงร่างซูเปอร์ไซย่าเลย อันนี้คือสิ่งที่เราต้องยอมรับในส่วนนี้