
เล่นเอาสมเป็น Sony กันเลยทีเดียวที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับการระงับแผ่นเกมของ PS5 ที่ถ้าใครติดตามมานานน่าจะได้เห็นทางเราที่ลงอยู่เรื่อย ๆ ที่เราลงไป ซึ่งรายละเอียดสั้น ๆ ก็คงจะเป็นการประกาศว่าตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา Sony จะไม่ทำเครื่องเกมแบบแผ่นอีก และล่าสุดหลังจากที่ทิ้งระเบิดไว้ ในโพสต์ล่าสุดของ Sony ก็คือการประกาศขาย FlexStrike จอยไร้สายแบบเกมตู้ ซึ่งแทนที่คนจะสนใจไอ้เจ้า FlexStrike คนกลับบ่นแต่เรื่องระงับการงานแผ่นเกมมากกว่า เรามาดูเรื่องราวนี้กัน
โดยเรื่องราวนี้มาจากแฟนเกมที่ต้องการบอกทาง Sony ให้รับรู้ว่า คนต้องการแผ่นเกมเยอะขนาดไหน มากกว่าแฟนเกมต่อสู้ที่จะใช้จอยสติ๊กที่ดูโฆษณานี้ เพราะความคิดเห็นและการแชร์ต่อส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่พอใจกับการตัดสินใจของ PlayStation และ Sony ที่จะยุติการสนับสนุนแผ่นเกมแบบแผ่น โพสต์ดังกล่าวมีคอมเมนต์ 63,000 ข้อความและการแชร์ต่อ 17,00 ครั้ง แต่มีเพียง 1,000 ไลค์บน X เท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วบ่งชี้ถึงความรู้สึกเชิงลบของเหล่าผู้เล่นเกมจำนวนมาก
มีความพยายามอย่างเป็นระบบและร่วมมือกันจากกลุ่มแฟน ๆ PlayStation ที่ไม่พอใจ โดยการรวมกลุ่มกันโจมตีโพสต์ดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่า Sony ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความโกรธของพวกเขาเกี่ยวกับการทำให้สื่อแบบแผ่นล้าสมัยโดยเจตนาได้ และมีการยื่นคำร้องออนไลน์ขอให้ Sony พิจารณาเรื่องนี้ใหม่ซึ่งมีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้วถึง 120,000 คนนอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญหลายคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่าง ฮิเดโอะ โคจิมะ อดีตผู้บริหารเพลย์สเตชันอย่าง ฌอน เลย์เดน และแม้แต่นักการเมืองชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง ฌอง-ลุค เมลองชง ก็ออกมาต่อต้านเนื่องนี้
และเหตุผลเดียวที่ PlayStation อ้างถึงในการตัดสินใจครั้งนี้คือคือ แนวโน้มของผู้บริโภค กล่าวคือ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ซื้อเกมแบบดิจิทัล จึงไม่จำเป็นต้องผลิตเกมในรูปแบบแผ่นอีกต่อไป (คิดเองเออเอง) การยกเลิกแผ่นเกมไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้บริโภค และเราก็ได้เห็นแล้วว่า Sony เข้มงวดแค่ไหนเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการล็อกภูมิภาคและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คำร้องเพื่อหยุดยั้ง PlayStation จากการยกเลิกการจำหน่ายเกมแบบแผ่น ได้รับลายเซ็นสนับสนุนแล้วกว่า 120,000 รายชื่อ PlayStation ยังคงยืนกรานในแผนการที่จะยกเลิกการจำหน่ายแผ่นเกม
คงต้องมารอดูกันว่าการลดจำนวนแผ่น PS5 และ PS6 ที่จะมาในอนาคตจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตรงไหนรึเปล่า รึทาง PlayStation กับ Sony จะลุกขึ้นมาแก้เรื่องนี้ คงต้องมารอดูกันต่อไป เพราะอนาคตมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ซึ่งถ้ามีอะไรน่าสนใจเราจะเอามารายงานให้ทราบอีกครั้งติดตามเอาไว้ได้เลย