
ถ้าจะให้พูดถึง Dragon Ball GT ที่ตอนนี้ก็ห่างมารวด 30 ปีแล้ว อนิเมะเรื่อง Dragon Ball GT ก็ยังคงสร้างความแตกแยกในหมู่ แฟน ๆ อยู่ดี มันเป็นเรื่องหนึ่งที่มันเป็นภาคต่อที่สร้างขึ้นมา เพื่อหวังผลกำไรอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อยืดเรื่องราวของ Dragon Ball ออกไปให้นานที่สุด แม้ว่าจะถึงจุดจบตามธรรมชาติแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือบทที่ไม่ดี และภาพที่ด้อยคุณภาพกว่าภาคก่อน ๆ ถึงขั้นที่แฟน ๆ บ้างคนไม่ย้อนรับกันเลยก็มี ซีรีส์นี้ก็มีบทบาทสำคัญอย่างน่าประหลาดใจในอุตสาหกรรมอนิเมะ และหากไม่มีมันก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวงการอนิเมะโดยรวม เรามาดูเรื่องราวนี้กัน

เริ่มจากการจบการอย่างเป็นเมื่ออนิเมะเรื่อง Dragon Ball และ Slam Dunk จบลงในช่วงกลางทศวรรษ 1990 จำนวนผู้อ่านนิตยสาร Weekly Shonen Jump ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนถึงขั้นเสี่ยงต่อการถูกยกเลิก แน่นอนว่าด้านอนิเมะก็ประสบปัญหาเช่นกัน ในขณะที่อนิเมะ Slam Dunk ฉายเพียงสามปี แต่อนิเมะ Dragon Ball ฉายต่อเนื่องมาหลายปี ดังนั้นเมื่อแฟน ๆ นับล้านที่คลั่งไคล้ต้องหันไปดูอย่างอื่น คนนับพันที่ทำงานในแฟรนไชส์นี้ก็จะตกงานไปด้วยเช่นกัน

การจบลงของ Dragon Ball Z เปรียบเสมือนระเบิดเวลาสำหรับวงการอนิเมะในยุค 90 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Dragon Ball GT คาซึฮิโกะ โทริชิมะ อดีตบรรณาธิการระดับตำนานของ Dragon Ball ได้เป็นแขกรับเชิญในงาน นาโปลี คอมิคคอน ครั้งล่าสุดที่อิตาลี และระหว่างการสัมภาษณ์ คาซึฮิโกะ โทริชิมะ ได้เปิดเผยว่า Dragon Ball GT ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อรักษา Dragon Ball ให้คงอยู่ต่อไป และป้องกันไม่ให้ครึ่งหนึ่งของวงการอนิเมะต้องตกงานและแน่นอนว่าทั้ง Toei Animation และวงการอนิเมะก็ไม่ได้ล่มสลายในยุค 90 ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าแผนการนี้ประสบความสำเร็จ

ในส่วนของ Dragon Ball GT ขึ้นมานั้น และเน้นย้ำอย่างสมบูรณ์แบบว่า Dragon Ball GT ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบมากเกินไปถึงแม้ Dragon Ball GT จะล้มเหลวในด้านการเขียนบท การดำเนินเรื่อง และ ฉากต่อสู้ แต่ก็ยังทำได้ดีในการถ่ายทอด ความรู้สึกของการผจญภัยของ Dragon Ball ในส่วนใหญ่ นำไปสู่ตอนจบที่ยอดเยี่ยมซึ่งยังคงไม่มีอะไรเทียบได้ในแฟรนไชส์นี้ การดำเนินเรื่องของ Dragon Ball GT อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ทุ่มเทความพยายามมากกว่าที่ผู้คนพูดกัน และตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าคำกล่าวนี้เป็นความจริงมากแค่ไหน