"The Convenience Store" เกมแนวสยองขวัญชื่อเดียวกันจากค่ายเกมอินดี้ Chilla’s Art เรื่องราวของพนักงานกะดึกในร้านสะดวกซื้อ ที่วันหนึ่ได้รับกล่องพัสดุปริศนาส่งมาที่ร้าน และมันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ ที่ทุกอย่างรอบตัวเริ่มหลอนและสยองมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวเกมมีความสยองแบบญี่ปุ่นคลาสสิคและสไตล์ภาพกราฟิกแบบวิดีโอเทปยุคเก่า ทำให้เกมร้านสะดวกซื้อสุดหลอนนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจอย่างมาก แม้ตัวเกมจะมีรูปแบบการเล่นเป็นแบบจำลองการทำงาน แต่ก็มีปริศนาพัซเซิลให้เราได้เล่นด้วย และตัวเกมมีฉากจบ 2 แบบด้วยกัน
สำหรับเวอร์ชันภาพยนตร์มีการหยิบเอาเกม The Convenience Store 'มันอยู่แอบอยู่ในร้าน' มาขยายความเพิ่มเติมจากตัวเกมให้เราในฐานะผู้ชมสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้มากขึ้น รวมถึงผู้ชมที่ไม่เคยเล่นเกมหรือดูสตรีมมาก่อนก็สามารถเข้าใจได้เช่นกัน ซึ่งทำออกมาได้ดีอย่างมาก เก็บรายละเอียดจากตัวเกมมาครบหมดทุกเม็ด ตั้งแต่เรื่องราวในคืนที่หนึ่งไปจนถึงคืนที่สี่ แม้จะมีการดัดแปลงบทและรายละเอียดบางอย่าง แต่ก็ทำออกมาได้ลงตัว เข้ากันกับยุคปัจจุบัน



ภาพมีการนำเสนอมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่งเหมือนตัวเกม ทำให้เราได้รู้สึกเหมือนเป็นตัวละครยูกิโนะเอง ก่อนที่จะมีการตัดสลับมาเป็นมุมมองบุคคลที่สามเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและให้เราได้เห็นภาพมุมกว้าง ซึ่งถ่ายทอดบรรยากาศ ความหลอนแบบประหลาด ๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี แถมยังทำให้เราในฐานะผู้ชมรู้สึกไม่ไว้วางใจสิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับตัวละครด้วย
ในส่วนของการเล่าเรื่อง ตัวหนังมีการดัดแปลงด้วยการเริ่มเรื่องที่ภาพเหตุฆาตกรรมโหดปริศนา ที่นำไปสู่การพบศพของผู้จัดการร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดย "ยูกิโนะ" นักศึกษาพาร์ทไทม์ที่ทำงานกะดึกในร้านสะดวกซื้อนั้นเป็นผู้พบศพคนแรกและแจ้งความ ทำให้ "ซาวาตาริ" หัวหน้าตำรวจต้องเข้ามารับหน้าที่สืบสวนเรื่องราวในครั้งนี้



ครึ่งแรกของตัวหนังจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวปริศนาที่ยูกิโนะต้องพบเจอตลอดทั้ง 4 คืน ผ่านการสอบปากคำของตำรวจ ก่อนจะค่อย ๆ เฉลยปมเรื่องราวทั้งหมดตามลำดับในครึ่งหลัง ว่าภาพฆาตกรรมโหดปริศนาคืออะไร เรื่องราวสุดหลอนที่ยูกิโนะพบเจอมีเหตุเกิดจากอะไร ผู้จัดการร้านเสียชีวิตได้ยังไง และทำยังไงถึงจะรอดจากความหลอนนี้ได้
ซึ่งการเล่าเรื่องเวอร์ชันเกมมีดำเนินเรื่องไปแบบเส้นตรง ก่อนจะเฉลยทุกอย่างในตอนท้ายผ่านฉากจบ 1 แต่สำหรับเวอร์ชันหนังมีการขยายความเพิ่มขึ้นผ่านตัวหัวหน้าตำรวจซาวาตาริ ทำให้ต้องร้องอุทานออกมาเบา ๆ ในช่วงตอนจบ และฉากจบหลังเครดิต ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์จัด ๆ เพราะสิ่งนี้ไม่มีในตัวเกม เป็นการตีความที่เพิ่มเข้ามาใหม่ หักมุมแบบแหกโค้ง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เพราะเรื่องราวของทั้งเกมและหนังก็ครบถ้วนในตัวของมันเองอยู่แล้ว
ใครที่ชื่นชอบหนังผีสยองขวัญสไตล์ J-Horror คลาสสิคที่เน้นการเล่าเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป ชอบความหลอนแบบญี่ปุ่น หรือ เป็นแฟนเกม Chilla's Art ก็บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ หรือหากใครที่เป็นแฟนสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง "แป้ง zBingz" และ "เอก HEARTROCKER" ก็บอกเลยว่ายิ่งต้องไปดูเพราะทั้งสองมาร่วมให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเวอร์ชันพากย์ไทยเขาทำออกมาได้ดีมากจริง ๆ
The Convenience Store เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์