
หลังจากที่รอและมีข่าวลือกันมานานว่าจะมีการสร้างอนิเมะ JoJo's Bizarre Adventure Steel Ball Run ในที่สุดตอนแรกก็ฉายอย่างเป็นทางการเรียบร้อย โดยภาคนี้จะนับเป็นภาคที่ 7 ของซีรีส์ JoJo's Bizarre Adventure ที่เป็นการรีบูตจักรวาลใหม่ทั้งหมด โดย 6 ภาคก่อนหน้านี้จะไม่มีอะไรที่เชื่อมกันเลย หรือพูดง่าย ๆ ภาคนี้คือการนับ 1 ใหม่ที่จะสานต่อไปยังจักรวาลภาคต่อไปนับจากนี้นั่นเอง ซึ่งสำหรับใครที่ไม่เคยดูซีรีส์ JoJo's Bizarre Adventure หรือ โจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ มาก่อนก็สามารถเริ่มดูจากภาคนี้ได้เลย โดยหลายคนที่เคยดูซีรีส์ JoJo's Bizarre Adventure มาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภาค Steel Ball Run นี้สนุกที่สุดในซีรีส์เลยทีเดียว โดยคุณอย่าให้การแข่งม้ามาหลอกตาได้ เรื่องราวของ JoJo's Bizarre Adventure Steel Ball Run ตอนที่ 1 จะมีอะไรน่าสนใจบ้างมาดูกัน

เริ่มต้นจากการแนะนำพระเอกของภาคนี้ที่มี 2 คนนั่นคือ โจนี่ โจสตาร์ (Johnny Joestar) อดีตจ๊อกกี้อัจฉริยะที่ประสบอุบัติเหตุถูกยิงจนเป็นอัมพาตช่วงล่าง ทำให้เขาต้องนั่งรถเข็นและสูญเสียความมั่นใจในชีวิตไป กับ ไจโร เซปเปลี่ (Gyro Zeppeli) ชายหนุ่มลึกลับผู้พกพาลูกเหล็กสองลูกเป็นอาวุธ เขามีทักษะการใช้แรงหมุนที่เหนือชั้นในการแข่ง โดยไจโรไม่ได้มาแข่งเพื่อเงินแต่มีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนอยู่ โดยทั้งคู่ต้องร่วมกันเดินทางแข่งม้าข้ามทวีปจากซานดิเอโกไปยังนิวยอร์ก ระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางนี่ละคือหัวใจสำคัญในเนื้อเรื่องตอนนี้ที่บอกเลยว่า มันไม่ใช่การแข่งม้าแต่มันคือการต่อสู้ของผู้ใช้สแตนด์ ที่แต่ละแบบบอกเลยว่าโคตรโหดแถมดูสนุกมาก ๆ โดยในตอนที่ 1 ถ้าคุณสังเกตุดี ๆ คุณจะได้ยินเสียงสแตนด์ตัวแรกพูดขึ้นมาระหว่างแข่งด้วย
ต่อมาที่น่าสนใจก็คือ สตีเฟ่น สตีล (Stephen Steel) ชายผู้จัดการแข่งม้าครั้งนี้กับภรรยาเด็กของ สตีเฟ่น สตีล อย่าง ลูซี่ สตีล (Lucy Steel) ที่มีเงื่อนงำบางอย่างที่น่าสนใจซ่อนอยู่ ต่อมาคือการแนะนำตัวละครสำคัญในตอนนี้ เริ่มจาก ดิเอโก้ บรันโด (Dio) จ๊อกกี้อัจฉริยะระดับโลกจากอังกฤษ ที่เป็นคนละคนกับ ดิโอ ที่เรารู้จัก เพราะนี่คือจักวาลใหม่และเมื่อพี่แกเป็นดิโอเหมือนกันพี่แกจะมีสแตนด์ไหม....? แซนด์แมน (Sandman) ชาวอเมริกันพื้นเมืองที่ใช้การวิ่งด้วยเท้าเปล่า พี่แกมีเป้าหมายที่จะชนะการแข่งขันเพื่อเอาเงินไปซื้อที่ดินที่ถูกคนขาวแย่งไปคืนมา เมาน์เทน ทิม (Mountain Tim) คาวบอยระดับตำนาน ผู้รอดชีวิตจากเส้นทางมหาโหดมาได้ พร้อมความสามารถในการควบคุมเชือก และที่ขาดไม่ได้คือตัวเอกของตอนที่ 1 นี้นั่นคือ โปโกโลโก้ ชายผู้บอกว่าตนเองนั้นคือคนที่โชคดีที่สุดในโลกในช่วง 2 เดือนต่อไปจากนี้เขาจะทำอะไรก็มีแต่เฮงไปหมด เรียกว่าดวงดีจนคนอื่นงงว่าเป็นไปได้ยังไง

โดยในช่วงแรกหลังจากที่แนะนำตัวละครหลักกันไปแล้ว สิ่งที่น่าสนใจในตอนนี้คือลูกเหล็กที่ไจโรใช้ ที่เหมือนมันมีพลังบางอย่างที่น่าสนใจ จนโจนี่ต้องลงแข่งเพื่อค้นหาความลับนี้ โดยสิ่งที่โจนี่ทำคือการซื้อใจไจโรเพื่อให้เขายอมบอกความลับของลูกเหล็กนี้ให้ กับการแข่งขันที่ดุเดือดในชช่วงแรกที่เอาจริง ๆ ในตอนนั้นคนที่อ่าน Steel Ball Run ทุกคนต่างก็คิดไปในทางเดียวกันว่าอาจารย์จะมาแข่งม้าจริง ๆ หรอ แต่หลายคนก็เดาว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ ๆ ซึ่งบอกเลยว่าใช่ เพราะหลังจากช่วงแรกตอนแรกนี้ไป จะเป็นส่วนของการต่อสู้ที่มันจะค่อย ๆ ทวีความสนุกขึ้นเรื่อย ๆ ขอแค่คุณผ่านตอนแรกนี้ไปให้ได้

อีกจุดที่น่าสนใจของ Steel Ball Run ภาคนี้คือความเป็นมนุษย์ของตัวละครภาคนี้ โดยเฉพาะไจโรที่ดูตอนแรกพี่แกดูกวน ๆ ยียวน แต่พอเวลาผ่านไปเราจะได้เห็นความเป็นมนุษย์ของเขาที่ต่างกับตัวเอกซีรีส์ JoJo's Bizarre Adventure คนอื่น ๆ ที่จะเน้นเท่เน้นเอาคืนได้แบบโคตรหล่อในช่วงท้าย แต่ของไจโรคือคนที่พยายามเอาชีวิตรอด ที่ยิ่งรู้จักตัวละครนี้มากขึ้นเท่าไหร่คุณจะยิ่งรักตัวละครนี้จนถึงตอนสุดท้ายของเรื่อง ขณะที่โจนี่นั้นคือสูตรสำเร็จของตระกูลโจสตาร์ ที่จะเสียท่านิดหน่อยในตอนแรกจากนั้นก็เอาคืนแบบหล่อ ๆ แต่กว่าจะได้เห็นมุมมองนั้นก็คงจะเป็นช่วงกลางเรื่องไปแล้ว เพราะช่วงแรกของเรื่องโจนี่กับไจโรคือเอาตัวรอดไปวัน ๆ ที่บอกเลยว่าหืดขึ้นคอ กับตัวละครอื่นที่มาสมทบบอกเลยว่าสนุกแน่นอนพูดได้แค่นี้

และถ้ามีการจัดอันดับภาคที่สนุกที่สุดในซีรีส์ JoJo's Bizarre Adventure ที่ถูกสร้างเป็นอนิเมะตอนนี้ ภาค Steel Ball Run คือภภาคที่สนุกที่สุด ทั้งเนื้อหาตัวละครการเล่าเรื่อง บทเริ่มต้นกลางเรื่องไปจนถึงบทสรุปที่ถ้าคุณเป็นแฟน JoJo's Bizarre Adventure บอกเลยว่าห้ามพลาดภาคนี้ ส่วนใครที่อยากหาอนิเมะสนุก ๆ ดู JoJo's Bizarre Adventure Steel Ball Run เรื่องนี้คือเรื่องที่ขอแนะนำ ยิ่งถ้าคุณเคยดู JoJo's Bizarre Adventure ภาคก่อน ๆ มาบ้างหรือพอรู้จักจักรวาล JoJo's Bizarre Adventure คุณจะยิ่งดูสนุก หรือจะดูแบบไม่รู้นักอะไรเลยก็สามารถดูสนุกได้ ส่วนใครที่สนใจก็รอดูได้ทาง Netflix ได้เลย แล้วเจอกันในตอนที่ 2 เร็ว ๆ นี้