
เดินทางมาถึงตอนที่ 58 ในซีซันที่ 3 ซึ่งเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่าภาค จรดลล้างบาง หรือ Culling Game กันแล้ว โดยในตอนก่อนหน้านี้เราได้เห็นการต่อสู้ของ เมงุมิ กับผู้ใช้ใบเสร็จ เรจจี้ ที่เป็นผู้ใช้ไสยเวทที่กลับชาติมาเกิด พลังของเขาคือการทำให้ใบเสร็จให้กลายเป็นวัตถุจริง ประหนึ่งสัตว์รับใช้ที่ใช้งานได้ครั้งเดียวแล้วสลายไปเมื่อหมดหน้าที่ ซึ่งทางเมงุมิที่แทบสู้ไม่ได้เลยต้องมาที่โรงยิมเพื่อกะระยะการใช้อาณาเขตของตน เพราะเมงุมิยังใช้การกางอาณาเขตไม่คล่อง เลยต้องมีสถานที่ในการกะยะการกางอาคม เรามาดูกันว่าในการต่อสู้ครั้งนี้มีเทคนิคอะไรบ้าง เดี๋ยวเราจะอธิบายให้อ่านทีละจุดเลย

เริ่มจากการกางอาณาเขตของเมงุมิที่เป็นสีดำสนิท ทางเรจจี้ก็แก้ทางโดยการใช้เทคนิคโบราณที่เรียกว่า ตะกร้อพรางตา ซึ่งเป็นท่าตั้งรับเพื่อต้านทานอาคมที่มากับอาณาเขต หรือพูดง่าย ๆ คือม่านบาเรียนั่นเอง แต่เนื่องจากอาณาเขตของเมงุมิไม่มีอาคมที่ต้องโดนตัวโดยตรง (หมายถึงยิงพลังใส่) แต่เป็นการวิ่งไปชกตรง ๆ อาณาเขตนี้เลยไร้ผล ในส่วนของอาณาเขตของเมงุงิ จะเป็นการกางอาณาเขตที่ไม่สมบูรณ์ เลยไม่มีอาคมที่ต้องโดนตัวแน่นอน (พลังยิงใส่) แต่เมงุมิใช้พื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นเงา เขาจึงสามารถเรียกเงาทั้ง 10 ออกมาได้นับไม่ถ้วนและโจมตีจากมุมอับ รวมถึงสร้างร่างแยกจากเงาเพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ได้นั่นเอง หรือสรุปง่าย ๆ อาณาเขตของเมงุมิเป็นการกางเพื่อใช้เรียกสัตว์รับใช้แบบรัว ๆ ได้ ไม่ใช่การกางอาณาเขตเพื่อยิงพลังแบบโดนตัวแน่ ๆ อย่างคนอื่น

คราวนี้มาที่หลายคนสงสัยว่าทำไมเมงุมิถึงถูกแรง G ทับร่าง (ยิ่งอ่านซับยิ่งงงบอกเลย) นั่นก็เพราะเงื่อนไขของอาณาเขตที่เขาสร้างขึ้นมา โดยในอาณาเขต สวนเงาเบญจมาศ ที่เมงุมิเปลี่ยนพื้นยิมให้กลายเป็นบึงเงาขนาดใหญ่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าตัวเมงุมิเองก็ต้องยืนอยู่บนเงานั้นด้วย กฎของเงาในอาณาเขตนี้อะไรก็ตามที่ตกลงไปในเงาของเมงุมิ เจ้าตัวจะต้องเป็นผู้แบกรับน้ำหนักของสิ่งนั้นเอาไว้ รวมถึงของที่เรจจี้เรียกออกมาและจมลงไปในพื้นเมงุมิก็ต้องแบกรับ ในทางไสยเวทเสมือนว่าตัวเขาคือภาชนะที่เก็บของเหล่านั้นไว้ในเงา หรืออธิบายง่าย ๆ ยิ่งฝั่งเรจจี้เสกของออกมาแล้วจมลงพื้นหนักเท่าไหนเมงุมิก็ต้องแบกรับไปด้วยนั่นเอง โดยเป้าหมายของเมงุมิคือการให้เรจจี้จมลงไปใต้พื้นจนขาดอากาศตาย

จนสุดท้ายเมงุมิก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยการอัญเชิญหมาป่าออกมา โดยในขณะที่ทั้งสองคนกำลังวัดพลังเวทและแบกรับน้ำหนักมหาศาล เรจจี้ประเมินเมงุมิต่ำไปเพราะคิดว่าเมงุมิอัญเชิญ ชิกิงามิ ออกมาเพิ่มไม่ได้แล้ว เนื่องจากต้องใช้สมาธิและพลังทั้งหมดพยุงอาณาเขตและแบกน้ำหนักไว้ แต่สิ่งที่เรจจี้ลืมไปคือ ชิกิงามิที่ถูกอัญเชิญไว้ก่อนหน้านานแล้ว และมันมันซ่อนตัวอยู่ในเงาตั้งแต่แรกแล้ว เรียกว่าเป็นการวางแผนที่ทาง ยูจิ ไม่สามารถมีหรือทำได้อย่างแน่นอน แต่มันก็เสี่ยงมาก ๆ เพราะถ้าเรจจี้ประเมินเมงุมิสูงกว่านี้ ทางเมงุมิคงจะแพ้ไปแล้ว

ต่อมาคืออาคมตลกของ ทาคาบะ โดยหลักการอาคมนั้นก็ง่ายนิดเดียวคือ 'ถ้าฉันขำสิ่งนั้นจะเป็นจริง' หรือจะอธิบายให้ภาพคือ อะไรก็ตามที่ทาคาบะคิดว่าตลก หรือน่าจะขำดีนะถ้าเกิดขึ้นสิ่งนั้นจะกลายเป็นความจริงทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ขนาดที่ว่าสามารถเสกสิ่งของ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่รักษาบาดแผลตัวเองได้ เพียงแค่เขารู้สึกว่าสถานการณ์นั้นมันตลก หรืออะไรที่มันเกินจริงหลุดโลกก็สามารถทำได้ถ้าพี่แกคิดว่ามันขำดีสิ่งนั้นก็จะเป็นจริง ต่อให้โดนโจมตีหนักแค่ไหน ถ้าเขารู้สึกว่าตลกดีที่ยังไม่ตาย หรือสร้างสถานการณ์ตลก ๆ ขึ้นมาบังหน้า เขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงการเปลี่ยนกฎฟิสิกส์อย่างสามารถเสกซอสพริกใส่ตาคู่ต่อสู้ หรือเปลี่ยนเลือดให้กลายเป็นน้ำหวานก็ได้ ตามแต่จินตนาการมุกตลกของเขา และในคำอธิบายก็บอกเลยว่า อาคมของทาคาบะสามารถต่อกรกับความสามารถของ โกโจ ซาโตรุ ได้เลยทีเดียว (โหดเกิ๊น)

ในส่วนของข้อเสียหลัก ๆ ของอาคมนี้คือความมั่นใจที่แหล่งพลัง ตราบใดที่ทาคาบะเชื่อมั่นในมุกตลกของตัวเอง เขาจะยังคงโคตรเทพต่อไป แต่ถ้าวันไหนพี่แกไม่ขำหรือสูญเสียความมั่นใจในฐานะตลก พลังของเขาจะอ่อนแอลงทันที (โดนด่าว่ามุกแป๊กหรือหมดไฟในการคิดมุกตลกพลังก็จะหยุดลงทันที) และที่ฮากว่านั้นคือพี่แกไม่รู้เลยว่าตัวเองมีพลังโคตรเทพนี้อยู่ในตัว นั่นคืออาคมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ หวังว่าจะช่วยไขความกระจ่างได้ไม่มากก็น้อย ส่วนใครที่สนใจดูมหาเวทผนึกมารก็ไปดูทาง Netflix ได้เลยจะมาทุกวันพฤหัสเย็น ๆ พอดูจบก็มาอ่านคำอธิบายในนี้ต่อได้เลย รับรองหายงงแน่นอน