
ย้อนเวลากลับไปช่วงที่ Overwatch กำลังหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเอง เพื่อดึงคนเล่นเกมให้กลับมา หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการเพิ่มตัวเลข 2 ในชื่อเป็น Overwatch 2 พร้อมกับปรับเป็นเกมเล่นฟรีที่ใคร ๆ ก็สามารถโหลดมาเล่นได้ ส่วนคนที่ซื้อเกมไปแล้วจะได้ของรางวัลปลอบใจ นอกจากนี้ตัวเกมยังเปลี่ยนจาก 6v6 มาเป็น 5v5 เพื่อให้เกมไม่ดูมั่ววุ่นวายแบบที่เกิดขึ้นตอนนี้ ซึ่งพอเปลี่ยนมาเป็นแบบ 5v5 มันเลยทำให้ฐานแฟนเกมบางส่วนที่ยังคงเล่นเกมนี้อยู่ไม่พอใจเลิกเล่นไปจำนวนมาก จนมันกลายเป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่ทำให้เกิดการถกเถียงมากที่สุดของเกม Overwatch เลยก็ว่าได้ จนทาง แอรอน เคลเลอ ออกมาบอกว่าเราควร เราควรรับฟังเสียงของแฟนเกมมากว่านี้ เรามาดูเรื่องราวนี้กัน
โดยเรื่องราวนี้มาจากการพูดคุยกันในงาน Game Developers Conference หนึ่งในนั้นคือ แอรอน เคลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการ Overwatch ที่พูดเรื่องระบบ 5v5 กับ 6v6 ในเกม Overwatch 2 โดยกล่าวว่า "นี่เป็นหนึ่งในหัวข้อของการตัดสินใจด้านระบบเกม ที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากที่สุดในของ Overwatch เลยก็ว่าได้" ซึ่งนับตั้งแต่ที่ Overwatch 2 ปล่อยให้เล่นในปี 2022 ผู้เล่นต่างถกเถียงกันว่า ระบบ 5v5 เหมาะสมกับเกมหรือไม่ เพราะแต่ละทีมต้องเสียฮีโร่สายแทงค์ไป 1 คน ทำให้ทีมงานต้องมีการปรับปรุงบทบาทของฮีโร่สายแทงค์นี้เป็นอย่างมาก นี่ยังไม่นับภาระที่คนเล่นเกมที่อยู่ตำแหน่งแทงค์ต้องเจอในเกม จากเดิมที่ยังพอฝากผีฝากไข้กับแทงค์อีกคนได้ คราวนี้เหลือคนเดียว มันเลยเป็นการผลักภาระให้ผู้เล่นแทงค์ต้องแบกทีมเป็นหลัก

โดยในงานทางคุณเคลเลอร์ได้เจาะจงไปที่ประเด็นการถกเถียง เรื่องการเปลี่ยนระบบการเล่นแบบ 6v6 เป็น 5v5 ว่าเป็นเรื่องที่เขาคิดว่าทีมงานพลาดอย่างแรง "เรารออย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนที่จะมีการจัดการถกเถียงเรื่อง 5v5 กับ 6v6 อย่างจริงจังในทีมงาน เพราะแอบหวังว่ากระแสวิจารณ์เหล่านั้นจะซาลงไปเอง แต่ผลมันกลับตรงข้ามเราควรจะรับฟังเร็วกว่านี้" เขายังอธิบายต่อว่า ผู้เล่น Overwatch ต้องการให้เกมมีการวิวัฒนาการที่รวดเร็วกว่าที่เขาคาดไว้ในตอนแรก หลังจากที่ได้เฝ้าสังเกตวิธีการดำเนินงานของเกมแนว Live Service อื่น ๆ อย่าง Marvel Rivals ทีมงานจึงตั้งสมทบติฐานว่า Overwatch จำเป็นต้องมี ความสดใหม่ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ภายใต้โครงสร้างการแข่งขัน ซึ่งนั่นรวมถึงการรับฟังเสียงของแฟนเกม ว่าต้องการอะไรเพื่อมาปรับใช้ในเกม

คุณเคลเลอร์อธิบายต่อว่า ผลการทดสอบโหมด 6v6 แสดงให้เห็นว่ามีผู้เล่นจำนวนมากต้องการให้รูปแบบนี้กลับมา ซึ่งทำให้ Blizzard ตัดสินใจปล่อยโหมดนี้ออกมา จนกลายเป็นโหมดที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับสองใน Overwatch ทุกวันนี้ แต่จนถึงตอนนี้จำนวนผู้เล่นในโหมดนี้ยังคงลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับโหมดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ในเกม เขากล่าวว่า "เรายังไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าควรทำอย่างไรกับข้อมูลนี้ และเราก็ไม่แน่ใจว่า การมีเอกลักษณ์หลักหลายสำหรับเกมของเรานั้น เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกมในระยะยาวหรือไม่"

ในตอนท้ายคุณเคลเลอร์ยอมรับว่า "การรอเวลานานเกินไป ในการตอบสนองต่อข้อถกเถียงเรื่องโหมด 6v6 นั้น เป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ทำให้เราเสียความไว้วางใจจากผู้เล่นไป ตัวเกม Overwatch ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้คิดค้นระบบใหม่ขึ้นมา แต่สิ่งที่จำเป็นคือการทำความเข้าใจผู้เล่น และปล่อยให้เกมหลักพัฒนาไปในแบบที่มันควรเป็น และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างสำหรับเราในท้ายที่สุด ไม่ใช่ฟีเจอร์หรือระบบใดระบบหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เรารับฟังจากคนเล่น วิธีที่เราลงมือทำเพื่อให้คนเล่นรับรู้ว่าเราพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเกมเพื่อพวกเขาอยู่เสมอ" เอาจริง ๆ ตอนนี้ Overwatch ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ขอแค่อย่าออกนอกทางอีกก็พอ นั่นคือสิ่งที่แฟน ๆ ต้องการ