กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอีกครั้งสำหรับเกม Fortnite ที่ล่าสุดแฟนเกมประกาศคว่ำบาตรแบนเกมกันอย่างจริงจัง หลังจากที่ทาง Epic Games ประกาศลดจำนวน V-Bucks สกุลเงินหลักของเกมที่จะได้รับ ทำให้คอมมูเดือดหนักจนเกิดเป็นแคมเปญ "คุณลด V-bucks ของเรา เราจะลดเงินทุนของคุณ"

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Epic Games ได้ออกมาเปิดเผยถึงอัปเดตครั้งต่อไปในวันที่ 19 มีนาคมที่จะถึงนี้ของเกม Fortnite จะมีการปรับเพิ่มราคาแพ็คเกจเติมเงิน V-Bucks โดยราคาจะยังคงจ่ายเท่าเดิม แต่จำนวนสกุลเงินในเกมที่ได้รับจะลดลง 10-20% เลยทีเดียว
- แพ็ค 199 บาท ได้รับ 800 V-Bucks (เดิม 1,000)
- แพ็ค 500 บาท ได้รับ 2,400 V-Bucks (เดิม 2,800)
- แพ็ค 799 บาท ได้รับ 4,500 V-Bucks (เดิม 5,000)
- แพ็ค 1,999 บาท ได้รับ 12,500 V-Bucks (เดิม 13,500)
นอกจากนี้ยังมีการปรับโบนัส V-Bucks ที่จะได้รับจากการซื้อ Battle Pass ด้วย จากเดิมที่ BP จะต้องซื้อในราคา 1,000 V-Bucks ซึ่งจะได้คืนมา 1,500 V-Bucks เมื่อปลดล็อค BP ครบทั้งหมด แต่หลังอัปเดต Battle Pass จะวางขายในราคา 800 V-Bucks และจะได้โบนัสคืนเพียง 800 V-Bucks เท่านั้น หรือก็คือ ไม่ได้รับเพิ่มเติมแล้ว แต่จะได้คืนเท่าทุนที่จ่ายไปนั่นเอง
You cut our V-bucks. We cut your funding.
by u/Awesomedogman3 in FortniteBattleRoyale
ซึ่งทีมงานออกมาบอกว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เพราะ "ต้นทุนในการทำงานของ Fortnite เพิ่มขึ้นมาก จึงตัดสินใจปรับลด เพื่อให้แฟนเกมช่วยแบกรับจ่ายค่าใช้จ่าย" งานนี้ชาวฟ้อทไนท์ก็เดือดจัด เพราะสนับสนุนตัวเกมมาอย่างต่อเนื่องทั้งสมัครสมาชิกรายเดือน สกินใหม่อัปเดตก็สนับสนุนมาตลอด แต่บริษัทกลับทำสิ่งที่เป็นเหมือนการรีดเงินจากกระเป๋าเงินของผู้เล่นเสียอย่างนั้น
หลาย ๆ คนถึงกับประกาศเลิกเล่นกลายเป็นจุดแตกหักกับตัวเกมไปเลย แถมยังสร้างคำร้องบนเว็บไซต์ Change.org ที่ ณ ตอนที่จัดทำบทความนี้มีผู้ลงชื่อแล้ว 1,431 คน เพื่อหวังว่า Epic Games จะทบทวนการตัดสินใจครั้งนี้ใหม่

ตอนนี้แฟนเกม Fortnite หลายคนประกาศยกเลิกสมัครสมาชิกรายเดือน Fortnite Crew แล้ว บางส่วนบอกว่าจะเลิกเล่นเกมนี้อย่างถาวร แต่ก็มีบางส่วนมองว่าประท้วงไปก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะ Fortnite เป็นเกมใหญ่ที่มีคอมมูนิตี้ผู้เล่นมากมายอยู่ทั่วโลก
แม้การปรับลดโบนัสหรือเพิ่มราคานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การที่ออกมาสื่อสารถึงเหตุผลนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับคอมมูผู้เล่น แม้กระทั่งกับคนที่ไม่เล่นเกม งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าบริษัทจะฟังเสียงจากผู้เล่นมากแค่ไหน แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในวันอัปเดตอีกหรือไม่