
ย้อนกลับไปในอดีตสมัยที่ยังไม่มีระบบสรีมมิ่ง เวลาที่มีภาพยนตร์ออกใหม่เราจะมักจะรีบไปดูที่โรงภาพยนตร์ จากนั้นก็รออีกหลายเดือนกว่าที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นจะลงม้วนวิดีโอ ต่อมาก็เป็น CD และ DVD แต่พอมาถึงยุคของสรีมมิ่งที่มีซีรีส์และภาพยนตร์ดี ๆ ที่มีเฉพาะสรีมมิ่งนั้น ๆ รวมถึงการซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์ที่ออกจากโรงภาพยนตร์มาฉาย ก็เริ่มทำให้หลายคนจ่ายเงินเข้าโรงหนังน้อยลง จนหลายคนบอกว่าภาพยนตร์ที่จ่ายเงินไปดูในโรงหนังกำลังจะตายลงช้า ๆ อย่างล่าสุดที่มีข่าวลือว่าทาง Sony Pictures Entertainment จะนำภาพยนตร์ของตัวเองมาลง Netflix ทันทีเมื่อภาพยนตร์สิ้นสุดการออกฉายทางโรงภาพยนตร์ จะเรียกว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ไม่อาจจะฟันธงได้ เรามาดูเรื่องราวนี้กัน

เรื่องราวนี้รายงานจาก Famitsu ที่ทาง Sony Pictures Entertainment ประกาศว่าได้ลงนามในข้อตกลง Pay-to-Play ที่หมายถึงภาพยนตร์ของ Sony Pictures Entertainment ที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ต่อไปจากนี้ทุกดเรื่องไม่ว่าจะเป็น Spider-Man Beyond the Spider-Verse ภาคจบของ Spider-Verse ที่แฟน ๆ รอคอย The Nightingale ภาพยนตร์ของ The Beatles รวมถึงภาพยนตร์ที่หลายคนอยากดูนั่นคือ The Legend of Zelda ฉบับคนแสดงที่มีกำหนดฉายทั่วโลกวันที่ 7 พฤษภาคม 2027 จะลงบน Netflix ด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราจะได้ดูหนังใหม่ ๆ ของฝั่ง Sony บน Netflix ในเวลาไม่กี่อาทิตย์

สำหรับคนที่สงสัยว่าภาพยนตร์หนึ่งเรื่องจะยืนโรงฉายได้กี่วัน โดยเฉลี่ยภาพยนตร์ 1 เรื่องจะฉายในโรงภาพยนตร์อยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะลาโรง แต่ถ้าภาพยนตร์ยังขายดีก็จะยืดเวลาต่อไป แต่ในกรณีของ Sony Pictures Entertainment กับ Netflix จะต่างออกไปตรงที่ไม่ว่าหนังจะดีหรือไม่ดี พอถึงกำหนดปุ๊บตัวภาพยนตร์เรื่องนั้นก็จะมาลง Netflix ทันทีภายในไม่ถึงเดือน ซึ่งมันอาจจะทำให้คนดูภาพยนตร์ในโรงน้อยลง แต่ตราบที่ทาง Sony โอเคก็คงไม่มีใครว่าอะไร และถ้าว่ากันตามจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดีของคนทั่วไป ที่จะไม่ต้องรอนานแบบในอดีต

และถ้าคุณสงสัยว่าทำไม Sony ที่เป็นเจ้าของ PlayStation ไปทำหนังให้ Nintendo ที่เป็นบริษัทคู่แข่งได้ยังไง สองค่ายนี้เขาแอบจับมือกันแล้วหรอ ก็คงต้องว่าบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น หรือต้องพูดว่ามันไม่เกี่ยวกันเลยด้วยซ้ำ โดยเราต้องทราบก่อนว่า Sony Pictures Entertainment กับ PlayStation คือบริษัทลูกของ Sony ที่แค่ชื่อเดียวกันแต่คนละสายงานคนละบริษัทกันเลยด้วยซ้ำ ทาง Sony Pictures Entertainment ซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์จาก Nintendo ส่วน PlayStation ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่ง เหมือนอย่าง Apple ที่ซื้อชิ้นส่วนกล้องจาก Samsung มันคือคนละบริษัทแค่อยู่ในเครือเดียวกันเท่านั้น ทาง Nintendo กับ PlayStation ก็ยังคงเป็นคู่กัดกันต่อไปนั่นเอง และถ้ามีความคืบหน้าของ The Legend of Zelda ฉบับคนแสดงเราจะเอามารายงานให้ทราบอีกครั้ง