Where Winds Meet เกมแอคชันผจญภัยในโลกกว้าง รับบทเป็นจอมยุทธ์วิชากำลังภายในโบราณที่ต้องออกสำรวจโลก และ ค้นหาเรื่องราวตัวตนที่แท้จริงของตนเอง แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่เกมโอเพ่นเวิร์ลอันยิ่งใหญ่ สวยงาม เต็มไปด้วยระบบมากมาย ก็อาจเกิดความงงงวยว่าอะไรยัง เริ่มต้นตรงไหน เราก็เลยจะพาจอมยุทธ์มือใหม่ไปสำรวจเกมแบบ 101 ว่าหลังจากเข้าสู่ยุทธภพแล้วต้องทำอะไรบ้างใน 5-10 ชั่วโมงแรกของการเล่น

เลือกแนวทางการเล่นให้เหมาะสม
ก่อนอื่นเลยเมื่อเข้าสู่เกมแล้ว เมื่อเกมถามเราถึงตัวเลือกคำแนะนำ ให้เราเลือก "Detailed" เพื่อที่จะสามารถเข้าใจระบบของตัวเกมได้มากที่สุด รวมไปถึงการชี้บอกตำแหน่งต่าง ๆ เช่น หีบสมบัติ จุดที่น่าสนใจ ไปจนถึงเคสวต์ต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้หากเล่นจนช่ำเมื่อไหร่ เราก็สามารถเข้าไปปรับเปลี่ยนตัวเลือกได้ในภายหลัง
สำหรับโหมดควบคุมหน้าจอ เราขอแนะนำแบบ "ARPG" เพราะการเล่นเกมแนว mmorpg การที่ต้องกดปุ่มค้างไว้เพื่อเลื่อนเปลี่ยนมุมกล้องจัดว่าเป็นหนึ่งในฝันร้ายของการเล่น เพราะตัวเกมมักมีระบบการต่อสู้ที่รวดเร็ว ส่วนระดับความยากก็เลือกเล่นได้ตามฝีมือเลย
เลือกอาวุธชิ้นแรกผิดชีวิตอาจเปลี่ยน
เมื่อเริ่มเล่นไประยะหนึ่งตัวเกมจะเปิดโอกาสให้เราเลือกอาวุธวิชาชิ้นแรกสำหรับใช้งานต่อสู้ ร่ม หอก ดาบคู่ และพัด แม้ดาบคู่จะดูเท่สุด ๆ และพัดก็ดูเข้าขั้นเซียนแถมยังฮีลได้ แต่เราขอแนะนำเลยว่าให้เลือก "ร่ม" หรือ "หอก" เพราะนอกจากสไตล์การเล่นจะสุดเท่สุดเบียวดั่งจอมยุทธ์สุดคูลแล้ว ยังใช้งานต่อสู้ได้ง่าย และยังใช้รับมือกับกลุ่มศัตรูได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะมือใหม่ หรือ เล่น mmorpg มาจนช่ำแล้ว ร่มก็ยังเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ดีที่สุด
แม้การเล่นใน 1-2 ชั่วโมงแรก จะเริ่มมีการปลดล็อคอาวุธใช้งานหอกให้อัตโนมัติจากเนื้อเรื่องหลักอยู่แล้วก็จริง แต่หากไม่เลือกใช้งานร่มหรือหอกในตอนแรก อาจต้องเล่นไปอีก 15 ชั่วโมงเพื่อปลดล็อคอาวุธสองชนิดนี้อีกครั้ง

หยุดรัวปุ่ม เลิกไถคีย์บอร์ด
แน่นอนว่าระบบการต่อสู้ใน Where Winds Meet จะมีคอมโบให้เล่น แต่การกดปุ่มรัว ๆ ไม่ได้ช่วยให้ผ่านการต่อสู้ได้ตลอด ยิ่งต้องเผชิญหน้ากับบอสยิ่งไม่ได้เลย ดังนั้น เราจะต้องใช้ระบบของเกมให้เป็นประโยชน์อย่าง การปัดป้องและหลบหลีก ซึ่งตัวเกมมีสอนในช่วงแนะนำ คือ เมื่อการศัตรูโจมตีเป็นสีแดง จะสามารถปัดป้องได้ ส่วนการโจมตีสีเหลืองจะไม่สามารถปัดป้องได้ จะต้องหลบหลีกเท่านั้น
และเราจะต้องทำลายแถบ "Qi" ของศัตรู เพื่อทำให้มันหมดแรง แต่อย่ากด "Execute" ในทันที ให้โจมตีต่อไปอีกสักนิด จากนั้นจัดการ "Finisher" ก่อนที่ไอคอนจะหายไป
อยากตีแรง ให้อัปเกรด Martial Arts
Martial Arts หรือ ศิลปะการต่อสู้ เป็นระบบที่ส่งผลโดยตรงต่อ "ดาเมจ" หากอยากให้ต่อสู้ได้ดีขึ้นเราขอแนะนำให้อัปเกรดทันที่ที่เลเวลอัป โดยใช้ "Jade coins" ที่ได้รับจากการทำภารกิจและออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเราเล่นไปจนถึงเลเวล 50 แล้ว จะปลดล็อค "Arsenal" (ระบบคลังอาวุธ) และได้รับการอัปเกรดแบบยกชุด ดังนั้น อย่าลืมเช็คว่าเราใส่อาวุธที่มีเลเวลสูงสุดเสมอ
และที่สำคัญ อย่าลืมทำเควสต์ "Breakthrough Challenges" เมื่อเราเข้าสู่เลเวล 15 เป็นต้นไป จะมีเควสต์เลื่อนขึ้นมาให้เราทำทุก ๆ 5 เลเวล อย่าพลาด เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการรับไอเทมรางวัลแจ่ม ๆ สำหรับอัปเกรดตัวละคร

จัดสรรทรัพยากรให้เป็น
ในเกมมีทรัพยากรมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทรัพยากรในการอัปเกรดตัวละคร อย่าง Jade Coin ที่ใช้สำหรับอัปเกรดตัวละคร ซึ่งควรให้ความสำคัญกับ Martial Arts เป็นอันดับแรก รองลงมาคืออัปเกรด Arsenal และถ้าเหลือ ๆ ก็สามารถไปลงกับการปรับแต่งอุปกรณ์ได้ตามสะดวก แต่อย่าเพิ่งไปลงทุนกับเครื่องแต่งกายมากนัก หรือ เพิ่มบูสต์สถานะชั่วคราว จนกว่าจะอัปเกรดสิ่งสำคัญ ๆ ครบแล้ว
สำหรับ Talent Point อัปเกรดพรสวรรค์ ที่เราขอแนะนำให้เน้นไปที่ Heavy attacks อาวุธหลัก รองลงมาเป็น Internal arts เพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว/สกิลเสริม และ Defensive abilities เพิ่มค่าป้องกัน นอกจากนี้ยังมีระบบ Equipment tuning การปรับแต่งอุปกรณ์เพื่อเสริมแกร่งให้อาวุธ โดยเราสามารถใช้อาวุธชิ้นเก่าในการเพิ่มระดับพลังให้อาวุธชิ้นใหม่ได้ ดังนั้น อย่างลืมเช็คอาวุธให้ทันกับเลเวลตัวละครด้วย
ความอยากรู้อยากเห็นคือหัวใจของการสำรวจ
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดในการเล่นอย่างเด็ดขาด คือ ผีเสื้อ จิ้งหรีด และดอกไม้สีออร่าสีม่วง ที่เราจะพบมันอยู่เรื่อย ๆ ระหว่างเดินทางออกสำรวจ และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่จะทำให้เราสามารถอัปเกรดค่าสถานะได้แบบถาวร เช่น ผีเสื้อเพิ่มพลังโจมตี จิ้งหรีดเพิ่มโบนัสป้องกัน ดอกไม้จะเพิ่มพลังชีวิตและสตามินา แม้จะดูเสียเวลา ซึ่งเราไม่อยากให้เหล่าจอมยุทธ์มือใหม่ต้องพลาดไป

เปิดแผนที่ เปิดจุดวาร์ปทุกครั้งที่เจอ และปรับเวลาให้เป็น
แผนที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในเกมโอเพ่นเวิร์ล แน่นอนว่าเราก็ต้องทำการปลดล็อคมันด้วยเช่นกัน วิธีง่าย ๆ ก็แค่มองหาไอคอนกองไฟแล้วพูดคุยกับนักเดินทาง "Wayfarer" เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแผนที่ของภูมิภาคนั้นได้ง่าย ๆ แล้ว และระหว่างทางเราจะมีโอกาสเจอ "Boundary Stone" อยู่เรื่อย ๆ มันคือจุดวาร์ปที่ช่วยให้เราสามารถเดินทางไปมาได้อน่างรวดเร็วทันใจ
เสริมอีกนิด บางครั้งเควสต์จะสามารถทำได้เฉพาะบางช่วงเวลา เราไม่จำเป็นต้องรอให้เวลาผ่านไป เพียงกดเข้าหน้าเมนูหลักของเกม มองหาไอคอนรูปนาฬิกา เราสามารถปรับเวลาภายในเกมได้เลย อย่าลืมเช็คว่าเควสต์จะต้องทำในยาม (ช่วงเวลา) ไหน เพราะด้วยความที่เป็นเกมจีนโบราณ ดังนั้น เวลาในเกมจะระบุตามแบบโบราณด้วย