
เมื่อพูดถึงการ์ดเกมที่โด่งดังที่สุดในโลก ในหัวของใครหลายคนน่าจะคิดถึงการ์ดเกมอยู่ไม่กี่ชื่อ หนึ่งในนั้นก็คือการ์ดเกมเกมกลคนโกงอัจฉริยะอย่าง Yu-Gi-Oh! อยู่ด้วย เพราะตั้งแต่อดีตที่การ์ด Yu-Gi-Oh! ปล่อยออกมาในชุดแรก พร้อมกับการเล่นที่เรียบง่ายมีแค่การ์ดมอนสเตอร์การ์ดกับดัก และการ์ดเวทมนตร์ธรรมดา แต่ในตอนนี้ตัวการ์ดเปลี่ยนแปลงตัวเองไปจนแทบจำรูปแบบเดิมไม่ได้เลยทีเดียว และเมื่อพูดถึงการ์ด Yu-Gi-Oh! เชื่อว่าหลายคนที่รู้จักมังงะอนิเมะหรือเล่นแค่การ์ด Yu-Gi-Oh! อย่างเดียวก็น่าจะรู้ว่าการ์ด Yu-Gi-Oh! นั้นอ้างอิงเรื่องราวมาจากอียิปต์โบราณ และการ์ดหลายใบก็เอามาจากสถานที่จริงหรืออ้างอิงตำนานจริง ๆ ของอียิปต์มาดัดแปลง เรามาดูกันว่าระหว่างการ์ดกับสถานมันจะเหมือนกับของจริงขนาดไหนและมีการ์ดอะไรบ้างมาดูกัน

วิหารอาบูซิมเบล Abu Simbel Temple

วิหารอาบูซิมเบล Abu Simbel Temple หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า อนุสรณ์สถานแห่งนูเบีย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะของอียิปต์จากการสู้รบกับนูเบีย ส่วนชื่อการ์ดคือ Desert Sunlight ในส่วนของความสามารการ์ดคือ เปลี่ยนตำแหน่งการรบพลิกมอนสเตอร์ให้หงายหน้าขึ้น
มหาพีระมิดแห่งกิซ่า Giza Pyramids

แน่นอนว่ามาอียิปต์ก็ต้องพก 3 เทพมาด้วยนั่นคือ Osiris, Obelisk และ Ra ที่การ์ดทั้ง 3 ใบก็เปรียบเหมือนมหาพีระมิดแห่งกิซ่าที่ตั้งเรียงกันป็นพีระมิดในประเทศอียิปต์ที่มีความใหญ่โต และเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มพีระมิดแห่งกีซา เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัย ฟาโรห์คูฟู แห่งราชวงศ์ที่สี่ ซึ่งปกครองอียิปต์โบราณ เมื่อประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล
วิหารฮัตเชปซุต Temple of Hatshepsut

ต่อมาคือวิหารฮัตเชฟซุต (Mortuary Temple of Hatshepsut) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้หุบเขาแห่งกษัตริย์และปัจจุบันถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ของอียิปต์โบราณ วิหารแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิก “เซเนมุท” และสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ฟาโรห์หญิงฮัตเชพซุต ที่รู้จักในนาม ราชินีหนวด ที่มีอายุยืนที่สุดของลักซอร์อียิปต์ ฟาโรห์หญิง ส่วนความสามารของการ์ด คือจะใช้งานได้เฉพาะเมื่อมีมอนสเตอร์ Gravekeeper's และ Necrovalley อยู่บนสนามเท่านั้น ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเรียกมอนสเตอร์พิเศษได้ ยกเว้นมอนสเตอร์ Gravekeeper's หากมอนสเตอร์ Gravekeeper's หรือมอนสเตอร์ Necrovalley ไม่อยู่บนสนาม ทำลายการ์ดใบนี้
Ankh การ์ดชุบชีวิต

ต่อมาคือ Ankh โดยความหมายทั่วไปที่สุดของ Ankh คือชีวิต ซึ่งรวมถึงอายุยืนยาวและหรือความเป็นอมตะ Ankh เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกนี้กับโลกหลังความตาย และยังนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความแข็งแกร่ง แต่ไม่ได้หมายึงการชุบชีวิตคนตายแบบความสามารการ์ด
Anubis

Anubis เป็นเทพเจ้าอียิปต์ผู้เป็นทั้งมัมมี่ พิธีกรรมงานศพ ผู้พิทักษ์หลุมศพ และผู้ชี้ทางสู่ชีวิตหลังความตาย ส่วนความสามารการ์ด เมื่อคู่ต่อสู้ของคุณเปิดใช้งานการ์ดเวทมนตร์ที่จะทำลายเวทมนตร์/กับดักบนสนาม ทิ้งการ์ด 1 ใบ ยกเลิกการใช้งานการ์ดใบนั้น และเมื่อทำลายการ์ดแล้วยังสามารถทำลายมอนสเตอร์หงายหน้า 1 ตัวที่คู่ต่อสู้ของคุณควบคุม 1 ใบ และหากคุณทำเช่นนั้น สร้างความเสียหายให้กับคู่ต่อสู้ของคุณเท่ากับ ATK ของมอนสเตอร์ที่ถูกทำลายบนสนามได้ด้วย
Blue Eyes White Dragon

คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากกับ Blue Eyes White Dragon ที่ในอียิปต์จริง ๆ อาจจะไม่มีมังกรขาวตาสีฟ้า แต่อาจารย์คนเขียนได้อ้างอิงรูปเหล่านี้มาภาพฝาผนังของอียิปต์โบราณมาดัดแปลงนั่นเอง

ปิดท้ายกับคู่ศิษย์อาจารย์ที่ตามตำนาน Dark Magician กับ Dark Magician Girl (ใครเรียก จอมเวทมนต์ดำ กับ จอมเวทกาลู แปลว่าคุณแก่แล้ว) ไม่มีจริง ๆ (มีก็แปลกและ) แต่จากข้อมูลบอกว่าอาจารย์ผู้เขียนนั้นอ้างอิงมาจากรูปเหล่าเทพบนฝาผนังของอียิปต์โบราณมาดัดแปลงเป็นการ์ด 2 ใบนี้นั่นเอง และนี่เป็นแค่บางส่วนของการ์ดที่เราไปหาข้อมูลจากสถานที่จริงมาเปรียบเทียบกับในการ์ดฝั่งอียิปต์ ถ้าขาดการ์ดใบไหนไปอีกก็ขออภัยมาด้วย เอาไว้คราวหน้าเราจะหยิบยกการ์ดอื่น ๆ มาให้ดูอีกติดตามเอาไว้ได้เลย